จุดมุ่งหมายของการอ่าน

 

จุดมุ่งหมายของการอ่าน

การสื่อสารด้วยการอ่านหนังสือทุกครั้ง ผู้อ่านจะต้องมีการตั้งจุดประสงค์การอ่านเสมอ จุดประสงค์ของการอ่านแต่ละครั้ง
อาจจะเหมือนหรือต่างกันก็ได้ 
จุดประสงค์โดยทั่วไปของการอ่านได้แก่
1. การอ่านเพื่อจับใจความ เป็นการสรุปสาระสำคัญของเรื่อง ทำให้เข้าใจเรื่องได้ครบถ้วนตรงตามที่ผู้เขียนต้องการ
อย่างรวดเร็ว การฝึกทักษะการอ่านเพื่อจับใจความ ผู้อ่านจะต้องเข้าใจความหมายของคำและสำนวนในเรื่อง สามารถลำดับเหตุการณ์ 
และลำดับความคิดแยกได้ว่า ใจความใดเป็นความสำคัญและใจความใดเป็นใจความรอง

2. การอ่านเพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ นับเป็นการสร้างนิสัยรักการอ่านที่พึงปฏิบัติและมีประโยชน์อย่างยิ่งแต่การที่จะเพิ่มคุณค่าและประโยชน์ให้กับ การอ่านนั้น ผู้อ่านควรจดบันทึกสาระสำคัญของเรื่องที่อ่าน และสามารถแนะนำหนังสือที่น่าอ่านแก่ผู้อื่นได้ด้วย

3. การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ คือ รู้จักใคร่ครวญ พิจารณาเรื่องที่อ่านอย่างละเอียด ลึกซึ้งในด้านต่างๆเป็นการอ่าน ที่ต้องอาศัย ความสามารถในการคิดพิจารณาหาเหตุผลมาประกอบ ซึ่งนับว่าเป็นทักษะด้านการอ่านขั้นสูง จึงควรฝึกฝนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ใน
ชีวิตประจำวันได้ การอ่านอย่างมีวิจารณาญาณจะสามารถบอกจุดประสงค์ของผู้เขียนได้ บอกความหมายของคำและสำนวน ในเรื่อง ที่อ่านได้ วิเคราะห์ส่วนต่าง ๆ ของเรื่องที่อ่านได้ถูกต้อง ชัดเจน อธิบายกลวิธีการเขียนได้ และบอกคุณค่าของเรื่องที่อ่านได้

ประโยชน์ของการอ่าน

 การสื่อสารปัจจุบันยังต้องอาศัยการอ่านเป็นหลักสำคัญในการติดต่อสื่อความหมาย ด้วยเหตุนี้การอ่านจึงมีประโยชน์ต่อมนุษย์
เราเป็นอย่างมาก ประโยชน์ของการอ่านได้แก่
  ได้ความรู้ เพราะการอ่านทำให้ผู้อ่านได้รับความรู้เพิ่มขึ้น ให้เกร็ดความรู้หรือความเคลื่อนไหว ความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ 
ทางวิชาการ หรือสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และการปกครอง
 ได้ความบันเทิง เพราะการอ่านทำให้ผู้อ่านเกิดความพอใจ ความเพลิดเพลิน และมีความสุขใจ อันเกิดจากเนื้อเรื่องหรือ
ความไพเราะของถ้อยคำที่ได้อ่าน
 ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพราะการใช้เวลาว่างด้วยการอ่านเป็นการสร้างนิสัยรักการอ่านที่ควรปฏิบัติ และมี
ประโยชน์อย่างยิ่งแต่การที่จะเพิ่มคุณค่าและประโยชน์ให้กับการอ่านนั้น ผู้อ่านควรรู้จักวิธีการจดบันทึกสาระสำคัญของเรื่องที่อ่าน
และสามารถแนะนำหนังสือที่น่าอ่านแก่ผู้อื่นได้ การอ่านยังมีประโยชน์ด้านอื่นอีกมาก ทั้งนี้ประโยชน์จะได้มากน้อยเพียงใด
ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้อ่านด้วย
 
พี่พูดพูดเขาขาดแล้วหวาดจิต พี่ขาดมิตรมาไกลถึงไพรสัณฑ
นึกเฉลียวเสียวทรวงถึงดวงจันทร์ จะขาดกันเสียเหมือนเขาพี่เศร้าใจ
แล้วย่องเหยียบเลียบเนินลงเดินล่าง ตามแนวทางห่มวาพฤกษาไสว
เห็นพุ่มพวงบุปผายิ่งอาลัย สลดใจขุกคิดถึงคู่เคียง
ไม้แก้วกางกิ่งพิงกับกิ่งเกด ฝูงในเรศขันขานประสานเสียง
น้ำตาคลอท้ออกเห็นนกเรียง เหมือนเรียมเคียงร่วมคู่เมื่ออยู่เรือน
ระกำป่ากาหลงกะลิงจับ ระกำกับเราระกำก็จำเหมือน
เห็นไม้จันทน์พี่ยิ่งฟั่นอารมณ์เฟือน เหมือนจันทน์เตือนใจตัวให้ตรอมใจ
โอ้นามไม้หรือมาต้องกับน้องพี่ ขณะนี้นึกน่าน้ำตาไหล
เจ้าอยู่เรือนชื่อเชือนมาอยู่ไพร เหมือนเตือนใจให้พี่ทุกข์ทุกย่างเดิน
   (ตัดตอนมาจาก นิราศพระบาทของสุนทรภู่)

วิธีการอ่านที่มีประสิทธิภาพ

 การอ่านที่มีประสิทธิภาพสามารถทำได้หลายวิธี ในที่นี้ขอเสนอวิธีการอ่านโดยกำหนดแผนภูมิโครงเรื่องจากสิ่งที่ได้อ่านดังต่อไปนี้

ตัวอย่างเรื่องที่อ่าน กระต่ายกับเต่า

 บ่ายวันหนึ่งเต่าค่อย ๆ คลานไปตามทางอย่างเชื่องช้า กระต่ายวิ่งสวนทางมามองดูแล้วหัวเราะขบขันกระต่ายจึงร้องทักว่า “หาอะไรอยู่ ของตกหายหรือจะไปธุระ” เต่าโกรธ กระต่ายจึงเยาะเย้ยต่อไปว่า “เดินอย่างนี้จะไปหาพบหรือ”เต่าจึงร้องท้าไปว่า “มาวิ่งแข่งกันเอาไหม” กระต่ายดีใจ และรับคำท้า กระต่ายจึงไปชวนสุนัขจิ้งจอกมาเป็นผู้ตัดสินพอได้ยินสัญญาณกระต่ายจึงออก วิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เต่าค่อย ๆ คลานไปด้วยความตั้งใจกระต่ายวิ่งไปได้สักครู่ เห็นหญ้าขนขึ้นงามดี วิ่งมาไกลแล้ว
 จึงกินหญ้า และนอนหลับฝันไป เต่าเดินไป คิดไปว่า เราคงแพ้แน่ ๆ แต่ยังคงเดินต่อไปอย่างไม่ท้อถอย เต่าเดินผ่านทุ่งหญ้าสวยงาม
กระต่ายตื่นขึ้นมา และนึกขึ้นได้ว่า กำลังแข่งขัน จึงรีบวิ่งไปยังหลักชัย แต่พบเต่ากับสุนัขจิ้งจอกรออยู่ก่อนแล้ว
 เมื่ออ่านเรื่อง “กระต่ายกับเต่า” จบแล้วขอให้ร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องที่ได้อ่าน โดยใช้คำนำหน้าคำถาม ได้แก่ 
ใคร ทำอะไร ทำไม เมื่อไร ที่ไหน และ “อย่างไร” ตามหลังคำถาม คำทั้ง 6 ที่มีอยู่ในคำถามเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นเร้าให้อยากรู้
ความเป็นไปตามลำดับ จะช่วยเพิ่มพูนให้อยากรู้มากขึ้น ๆ และจะได้คำตอบซึ่งพอสรุปสาระได้ 2 ประการ คือ

1. ความคิดหลัก คือ เต่าชนะกระต่าย
2. ความคิดรอง คือ

กระต่าย : วิ่งเร็ว หยุดกินหญ้า หลับไป มาถึงช้า เต่า : คลานช้า คลานไป ไม่หยุด มาถึงก่อน

จากตัวอย่างดังกล่าว ย่อมแสดงให้เห็นว่าผู้อ่านรู้จักและเข้าถึงรูปแบบการเรียบเรียง ความคิดหลัก ความคิดรอง ความคิด
รายละเอียด และความสัมพันธ์ระหว่างความคิดแต่ละชนิดของผู้เขียนเป็นอย่างดี จึงรับรู้จดจำเรื่องราวอย่างไม่ลืมเลือน

 เมื่ออ่านจบแล้ว จะพบว่าการสื่อสารด้วยการอ่านเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิต การอ่านจะได้รับ
ประโยชน์อย่างแท้จริง จำเป็นจะต้องรู้ถึงจุดมุ่งหมายของการอ่าน สามารถแยกประเภทของสารที่อ่านได้ อ่านแล้วนำมาคิดพิจารณา
จับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่านได้ครบถ้วน รู้จักเลือกสรรเนื้อหาเพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด การอ่านลักษณะ
ดังกล่าวนี้เรียกว่า อ่านเป็น เมื่อผู้เรียนเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่า “อ่านเป็น” และเห็นคุณค่า ของสิ่งที่อ่าน ก็จะสามารถสื่อภาษากับผู้อื่น
ได้ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

 

About these ads
ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s